คู่มือแนะนำ “เครื่องปั้นดินเผาบิเซ็น” งานฝีมือเก่าแก่นับพันปี

เครื่องปั้นดินเผาบิเซ็น (陶磁器) เป็นหนึ่งในงานฝีมือแบบดั้งเดิมที่กำหนดโดยกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่นซึ่งมีแหล่งผลิตอยู่ในจังหวัดโอคายาม่า ภูมิภาคชูโกคุ ทางทิศตะวันตกของเกาะฮอนชู เป็นเครื่องปั้นที่มีประวัติความเป็นมากว่า 1,000 ปี และนิยมนำมาใช้ในพิธีชงชาเนื่องจากมีลักษณะที่ตรงกับแนวคิดความสุนทรีย์แบบ “วาบิซาบิ” (侘び寂び) อันแสนสำคัญของญี่ปุ่น เครื่องปั้นดินเผาบิเซ็นจะไม่มีการใช้น้ำยาเคลือบเงา และถึงแม้จะเผาชิ้นงานหลายๆ ชิ้นในเตาเดียวกัน ก็จะได้รูปลักษณ์ที่แตกต่างกันอยู่ดีเพราะต้องขึ้นอยู่กับลักษณะการลุกไหม้ของเปลวไฟและการปกคลุมของเถ้าถ่าน หนึ่งในคุณสมบัติสำคัญของเครื่องปั้นดินเผาชนิดนี้ คือ ความทนทานที่ได้มาจากการอบด้วยอุณหภูมิที่สูงมากๆ

ประวัติของเครื่องปั้นดินเผาบิเซ็น

เครื่องปั้นดินเผาบิเซ็น หรือ บิเซ็นยากิ (備前焼) เป็นผลิตภัณฑ์ของจังหวัดโอคายาม่าที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคชูโกคุทางทิศตะวันตกของเกาะฮอนชู เริ่มมีการผลิตตั้งแต่สมัยเฮอัน (ค.ศ. 794) และอยู่คู่กับคนญี่ปุ่นมานานกว่า 1,000 ปีแล้ว กรรมวิธีการผลิตเครื่องปั้นดินเผาบิเซ็นนี้ได้รับการพัฒนามาจากการผลิตเครื่องปั้นดินเผา “สุเอคิ” (須恵器) ซึ่งมีมาตั้งแต่ก่อนยุคเฮอัน ทำให้ได้ออกมาเป็นภาชนะที่เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน สภาพภูมิอากาศที่อบอุ่นของโอคายาม่าเหมาะสำหรับการทำเครื่องปั้นดินเผา อีกทั้งยังมีวัสดุสำคัญที่หาได้ในท้องถิ่นด้วย นั่นก็คือ ดินเหนียวคุณภาพสูงและต้นสนแดงญี่ปุ่น (赤松) ที่ใช้เป็นฟืนในเตาเผานั่นเอง

ในยุคคามากูระหลัง ค.ศ. 1185 ได้มีการทำภาชนะที่มีความลึก เช่น ไหและครกขึ้นมา จากนั้น เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปและมีการค้นพบดินเหนียวชนิดใหม่ บวกกับการใช้อุปกรณ์ขึ้นรูปที่เรียกว่า “โรคุโระ” (ろくろ ล้อหมุนที่ใช้วางดินเพื่อปั้นภาชนะดินเผา) ที่เริ่มแพร่หลายมากขึ้น ก็ส่งผลให้ทางผู้ผลิตสามารถทำเครื่องปั้นดินเผาออกมาได้เป็นจำนวนมาก อุปกรณ์ชงชาที่เป็นเครื่องปั้นดินเผาบิเซ็นนั้นเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ทำพิธีชงชาใน ค.ศ. 1573 ซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดของยุคมูโรมาจิพอดี ถึงแม้ว่าการเพิ่มขึ้นของเครื่องปั้นดินเผานานาชนิดในพื้นที่ต่างๆ จะทำให้การแข่งขันรุนแรงมากขึ้น แต่เจตนารมณ์ของช่างฝีมือในอดีตที่ยังคงสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างมั่นคงนี้ก็ช่วยให้วัฒนธรรมที่ส่งต่อกันมาไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา

นอกจากจะได้รับการคุ้มครองจากประเทศแล้ว ยังมีช่างฝีมือชื่อ คาเนชิเงะ โทโย (金重 陶陽) มาคอยสนับสนุนการผลิตเครื่องถ้วยบิเซ็นให้เจริญรุ่งเรืองมากขึ้นด้วย และใน ค.ศ. 1956 เขาก็เป็นช่างปั้นบิเซ็นยากิคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น สมบัติประจำชาติที่มีชีวิต (Living National Treasure) ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และเป็นโอกาสดีที่จะเผยแพร่เสน่ห์ของเครื่องปั้นดินเผาบิเซ็นให้เป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ช่างฝีมือคนแล้วคนเล่า ไม่ว่าจะเป็นคุณฟุจิวาระ เคย์ (藤原 啓) ยามาโมโตะ โทชู (山本 陶秀) และช่างอีกหลายคนก็ได้รับเลือกให้เป็นสมบัติประจำชาติที่มีชีวิตด้วย นับว่าเป็นยุคที่เครื่อปั้นดินเผาบิเซ็นมีความเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมาก 

ลักษณะเด่นของเครื่องปั้นดินเผาบิเซ็น

เสน่ห์ของเครื่องปั้นดินเผาบิเซ็นนั้นอยู่ที่พื้นผิวสีน้ำตาลแดงอันเป็นเอกลักษณ์ ทำจากดินมูลค่าสูงที่เรียกว่า “ฮิโยเสะ” (ひよせ) ซึ่งขุดได้จากใต้ดินของเมืองอิมเบะ (伊部) เนื่องจากชิ้นงานจะถูกนำไปเผาโดยไม่ใช้สารเคลือบเงาและไม่มีการวาดลวดลายตกแต่งใดๆ จึงทำให้เสน่ห์ของสีดินที่อบอุ่นและเรียบง่ายนั้นแสดงออกมาได้อย่างชัดเจน

เทคนิคในการสร้างลวดลายนั้น สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ได้ดังนี้:

  • You-hen (窯変) ทำให้ตัวชิ้นงานออกเป็นสีเทาเข้มเล็กน้อย
  • Goma (胡麻) ทำลายจุดให้ดูคล้ายกับการโรยเมล็ดงา
  • San-giri (棧ぎり)ใช้ถ่านไม้ปริมาณมากในการเผา
  • Hidasuki (緋襷) สร้างลวดลายด้วยการพันด้วยฟาง หรือมัดด้วยเชือกเพื่อให้เกิดสีไหม้

เนื่องจากลวดลายที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันไปตามเปลวไฟที่กระทบกับชิ้นงานและวิธีการคลุมขี้เถ้า ผลงานแต่ละชิ้นจึงมีลวดลายที่แตกต่างกันออกไป ถึงแม้จะมีรูปทรงเดียวกันก็ตาม

เตาเผาเท็นโป (天保窯)

ในส่วนของกระบวนการเผา บางครั้งก็เผาด้วยวิธีโบราณที่เรียกว่า อานากามะ (穴窯) ซึ่งเป็นการเผาด้วยเตาเจาะรูหรือเตาไฟฟ้าสมัยใหม่ นอกจากนี้ ยังมีการใช้เตาเผาขั้นบันไดแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า โนโบริกามะ (登り窯) ด้วยเช่นกัน เตาเผาขั้นบันไดจะมีการใช้ประโยชน์จากพื้นที่อันกว้างขวางและระดับความสูงต่ำของทางลาดภูเขาในการสร้างเตาขนาดใหญ่ที่มีหลายๆ ห้อง โดยช่างฝีมือจะต้องคำนึงถึงความสมดุลของการจัดวางตำแหน่งชิ้นงานก่อนจะทำการเผา ทำให้ได้ออกมาเป็นผลงานสุดเลอค่าที่สามารถเผาได้ปีละไม่กี่ครั้งเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ เครื่องปั้นดินเผาบิเซ็นจึงเป็นงานฝีมือที่ไม่สามารถผลิตเป็นจำนวนมากได้

เนื่องจากเครื่องปั้นดินเผาบิเซ็นจะถูกเผาในอุณหภูมิที่สูงมาก จึงมีความทนทานและใช้ได้นาน ถึงขนาดที่มีคำกล่าวว่า “ถึงโยนก็ไม่แตก” ซึ่งเป็นคุณสมบัติเดียวกับเครื่องปั้นดินเผาเอจิเซ็น (越前焼) แต่จะว่าไปแล้ว เครื่องปั้นดินเผาและเครื่องลายครามก็มีคุณสมบัติคล้ายกันอยู่ จึงถือเป็นเครื่องหิน* (炻器) ที่ทนทานและกันน้ำได้

*เครื่องหิน (Stoneware) หมายถึง เครื่องปั้นดินเผาแบบทึบแสง ไม่ดูดซับน้ำ และอบในอุณหภูมิที่สูงมากทำให้มีความทนทานสูง

ลักษณะเด่นอีกประการหนึ่งของเครื่องปั้นดินเผาบิเซ็น คือ ลายขรุขระเล็กๆ บนพื้นผิว รูอากาศเล็กๆ เหล่านี้เองที่ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับฟองเบียร์ และรสชาติอันกลมกล่อมของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มอื่นๆ ได้มากขึ้น

นอกจากนี้ คุณสมบัติที่ระบายอากาศได้ดียังทำให้มันไม่ถูกจำกัดเป็นเพียงเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นแจกันได้ด้วย จนกล่าวได้ว่าเครื่องปั้นบิเซ็นนั้น ทั้งสวยงามและใช้งานได้หลากหลาย จึงได้รับความนิยมในฐานะเครื่องใช้ภายในบ้าน

เครื่องปั้นดินเผาบิเซ็นในปัจจุบัน


ใน ค.ศ. 2017 เตาเผาโบราณทั้ง 6 ที่เรียกว่า “รคโคะโย” (六古窯) ซึ่งเป็นเตาที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น และเตาอื่นๆ ที่ใช้ในการผลิตมาตั้งแต่สมัยยุคกลางจนถึงปัจจุบันก็ได้รับการกำหนดให้เป็นมรดกของประเทศญี่ปุ่น เครื่องปั้นดินเผาบิเซ็นเองก็เป็นหนึ่งในเครื่องปั้นดินเผาที่ใช้เตาโบราณเหล่านี้เช่นกัน

แน่นอนว่าการซื้อเครื่องปั้นดินเผาบิเซ็นมาเป็นเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารหรือแจกันนั้นเป็นเรื่องปกติ มีร้านอาหารในท้องถิ่นมากมายที่จัดอาหารมาในภาชนะเครื่องปั้นดินเผาบิเซ็นซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกเพลิดเพลินได้อย่างเต็มที่ หากคุณไปถึงเมืองโอคายาม่าแล้ว นอกจากการชมพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ การไปเยี่ยมชมสถานที่เผาชิ้นงานจริงๆ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ดีทีเดียว

เครื่องปั้นดินเผาบิเซ็นรูปปลาทองและเต่า

เครื่องปั้นดินเผาบิเซ็นมีอยู่มากมายหลายรูปแบบ นอกจากชิ้นงานแบบดั้งเดิมแล้ว ก็ยังมีเครื่องปั้นสำหรับตั้งโชว์ที่มีลักษณะแตกต่างกันไปตามสไตล์ของช่างฝีมือแต่ละคน และเหมาะสำหรับใช้เป็นของตกแต่งด้วย แต่อย่างที่เราได้กล่าวไปข้างต้น เครื่องปั้นดินเผาชนิดนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัวมากมายและยังสามารถนำไปใช้งานได้ ทั้งแข็งแรงทนทานและใช้งานได้นาน เราจึงอยากแนะนำให้คุณลองใช้และทำความคุ้นเคยกับมันดู นอกจากนี้ หากคุณใช้บ่อยๆ ความไม่สม่ำเสมอของผิวภายนอกก็จะยิ่งถูกขูดออกไป ทำให้พื้นผิวมีสัมผัสที่ดีขึ้นและจับถนัดมือมากขึ้นด้วย เราขอแนะนำให้คุณสัมผัสกับความรู้สึกอันแสนเรียบง่ายและสงบสุขนี้ด้วยตาและมือของคุณเอง

สินค้าแนะนำ!

แก้วทัมเบลอร์ใส่เบียร์ (ไซส์ใหญ่)

ที่มา: BECOS

แก้วทัมเบลอร์สำหรับใส่เบียร์ใบนี้เป็นแก้วที่ได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ผู้ที่รักการดื่มเบียร์เป็นชีวิตจิตใจ เพราะแก้วนี้จะทำให้เบียร์มีรสชาติอร่อยยิ่งขึ้น! เนื่องจากมีรังสีฟาร์อินฟราเรด (FIR – Far infrared) ที่จะทำให้คุณสัมผัสได้ถึงความกลมกล่อมเมื่อเบียร์ไหลเข้าปาก อีกทั้งยังช่วยฟองเบียร์มีสัมผัสที่นุ่มฟูเหมือนครีมมากกว่าแก้วทั่วไป ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินได้ไม่หยุดหย่อน และยังช่วยให้เบียร์ชืดช้าลงด้วย หากคุณเป็นคอเบียร์แล้วล่ะก็ แก้วทัมเบลอร์ใบนี้ถือเป็นหนึ่งในของที่ต้องลองให้ได้สักครั้งในชีวิต!

ช้อปเลย!

ชามกลมก้นลึก

ที่มา: BECOS

ชามก้นลึกที่มีเนื้อสัมผัสและลวดลายสวยงามตามแบบฉบับเครื่องปั้นดินเผาบิเซ็น เหมาะสำหรับใช้เป็นภาชนะใส่อาหาร ลวดลายเหล่านี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติซึ่งจะออกมาเป็นแบบไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับวิธีการจัดเรียงภาชนะในเตาเผาและอุณหภูมิในการอบ ชามที่ได้ออกมาจึงมีสีและลวดลายที่ไม่ซ้ำกัน เรียกได้ว่าเป็นสินค้าที่มีชิ้นเดียวในโลกเลยล่ะ

ช้อปเลย!

▶ คลิกที่นี่ เพื่อชมเครื่องปั้นดินเผาบิเซ็นเพิ่มเติม

บทความที่เกี่ยวข้อง:

▶ 9 แบรนด์ถ้วยชามญี่ปุ่นน่าใช้ในวันพิเศษ

▶ คู่มือถ้วยชามญี่ปุ่น ข้อแตกต่างระหว่างโทกิ จิกิ และชิกกิ

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

* สินค้าบางชนิดอาจไม่สามารถจัดส่งไปยังบางประเทศได้ ดังนั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์ของผู้ขายก่อนทำการสั่งซื้อ

อัพเดทข้อมูลล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่บทความ

You May Also Like