คู่มือแนะนำ “เครื่องเขินคานาซาว่า” งานฝีมือญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม

เครื่องเขินคานาซาว่า (金沢漆器) มีเอกลักษณ์อยู่ที่ความละเอียดอ่อนและหรูหรา มีต้นกำเนิดอยู่ในเมืองคานาซาว่า จังหวัดอิชิคาว่า ซึ่งอยู่เหนือพื้นที่ตอนกลางของเกาะหลักญี่ปุ่น และหันหน้าออกสู่ทะเลญี่ปุ่น เครื่องเขินนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 400 ปี มีขั้นตอนการทำที่เริ่มตั้งแต่การวาดลวดลายลงบนเนื้อวัสดุด้วยแลกเกอร์ ไปจนถึงการใช้เทคนิคที่เรียกว่า “คางะมาคิเอะ” ซึ่งเป็นการโรยผงเงินผงทองลงไปก่อนแลกเกอร์จะแห้งสนิท ส่วนใหญ่มักจะมีสีดำ สีแดงเข้ม และสีทอง ดูสวยงามดึงดูดใจจนกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมได้ทำการกำหนดให้เป็นหนึ่งในงานฝีมือดั้งเดิมของญี่ปุ่น

ประวัติเครื่องเขินคานาซาว่า

เครื่องเขินคานาซาว่าเป็นงานฝีมือที่ทำด้วยการนำไม้หรือกระดาษมาซ้อนติดกันโดยใช้แลกเกอร์เป็นตัวเชื่อม มีต้นกำเนิดอยู่ในเมืองคานาซาว่า (จังหวัดอิชิคาว่าในปัจจุบัน) และมีการใช้เทคนิคชั้นสูงที่เรียกว่า “คางะมาคิเอะ” (加賀蒔絵) ในขั้นตอนการผลิต เทคนิค “มาคิเอะ” อันโด่งดังนี้เป็นการใช้แลกเกอร์วาดลวดลายบนพื้นผิวของเครื่องเคลือบแล้วตกแต่งด้วยการโรยผงเงินหรือผงทองลงไปก่อนที่แลกเกอร์จะแห้งสนิท

เครื่องเขินชนิดนี้ใช้เทคนิคชั้นสูงมากมายในการทำ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคเฮียวมง (平文 การฝังแผ่นเงินหรือแผ่นทองที่ลับคมแล้วลงไปบนแลกเกอร์) ราเด็น (螺鈿 การตกแต่งด้วยเปลือกหอยสีเหลือบรุ้ง) หรือรันราคุ (卵殻 การตกแต่งด้วยด้านในของเปลือกไข่ที่มีสีขาว) ทำให้ได้ออกมาเป็นเครื่องเขินคานาซาว่าที่มีความโดดเด่นด้วยลวดลายที่ดูอ่อนช้อยงามสง่าฉายชัดอยู่บนบนพื้นผิวสีดำทอง

ประวัติการพัฒนาเครื่องเขินคานาซาว่านี้มีมาตั้งแต่สมัย 400 ปีก่อน โดยมีเป็นแคว้นคางะ (加賀藩) ที่มั่งคั่งร่ำรวยเป็นผู้สนับสนุน ว่ากันว่าแคว้นนี้มีอำนาจทางการเงินสูงมากจนเป็นที่จับตามองของรัฐบาลเอโดะซึ่งนำโดย “โทคุกาว่า อิเอยาสุ” (徳川家康) เจ้าของแคว้นจึงตัดสินใจทุ่มเงินไปกับการพัฒนาทรัพย์สินทางวัฒนธรรมแทนการลงทุนทางทหาร เพื่อให้แคว้นของตนไม่ดูเป็นภัยคุกคามต่อรัฐบาลนั่นเอง

แคว้นคางะในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603 – 1863) ครอบคลุมพื้นที่แทบทั้งหมดในแถบคางะ (จังหวัดอิชิคาว่าในปัจจุบัน) โนโตะ (能登 ตอนเหนือของจังหวัดอิชิคาว่าในปัจจุบัน) และ เอ็ตชู (越中 จังหวัดโทยามะในปัจจุบัน) แคว้นคางะมีอำนาจมากจนได้รับการขนานนามว่า “คางะ เฮียคุมันโกคุ” (加賀百万石)” ซึ่งมีความหมายว่า คางะ ศักดินา 1 ล้านโคคุ (หน่วยวัดพื้นที่ในสมัยนั้น) ดังนั้น เพื่อเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของรัฐบาลเอโดะ “มาเอดะ โทชิตซึเนะ” (前田利常) ผู้ปกครองคนที่ 3 ของแคว้นคางะ (ค.ศ. 1594 – 1658) จึงหันความสนใจไปที่การพัฒนาวัฒนธรรมแทนการทหาร

มาเอดะได้เชิญครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญงานฝีมือชั้นสูงจากเอโดะ (โตเกียวในปัจจุบัน) และเกียวโตให้มาอยู่ในแคว้นคางะ และในกลุ่มนี้ก็มีอาจารย์ 2 ท่านที่เป็นผู้ริเริ่มพื้นฐานการผลิตเครื่องเขินคานาซาว่า ท่านแรกคือ “อิการาชิ โดโฮะ” (五十嵐道甫) ผู้เชี่ยวชาญการใช้เทคนิคมาคิเอะจากเกียวโต และอีกท่านหนึ่งคือ “ชิมิสึ คุเฮอิ” (清水九兵衛) ช่างฝีมือผู้มีชื่อเสียงในเอโดะ เทคนิคเหล่านี้ได้รับการสืบทอดโดยบรรดาศิษย์ จนเกิดเป็นเทคนิคพื้นฐานในการทำเครื่องเขินคานาซาว่าในที่สุด

นอกจากนี้ มาเอดะ โทชิตซึเนะ ผู้ปกครองแคว้นคางะนี้ยังชื่นชอบละครโน (能 ศิลปะการแสดงแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น) และพิธีชงชาเป็นอย่างมากด้วย ทำให้ในสมัยของผู้ปกครองรุ่นที่ 5 ได้เกิดความนิยมในพิธีชงชาอย่างแพร่หลาย ถึงขนาดที่ซามูไรและชาวเมืองสามารถชงชาด้วยตนเองได้

ด้วยเหตุนี้ ประชาชนทั่วไปจึงคุ้นเคยกับวัฒนธรรมและงานฝีมือแบบดั้งเดิมที่มีคางะเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา เกิดเป็นภูมิทัศน์และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่ไม่เหมือนใคร

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีการพัฒนาเทคนิคมาคิเอะในจังหวัดคานาซาว่าก็คือ การผลิตทองคำเปลวที่เจริญรุ่งเรือง ทองคำเปลวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำด้วยการผสมทองเข้ากับเงินหรือทองแดงในปริมาณน้อย แล้วรีดให้เป็นแผ่นบาง ที่นี่มีชื่อเสียงในฐานะแหล่งผลิตทองคำเปลวมานานกว่า 400 ปี และยังมีส่วนแบ่งการตลาดของการผลิตทองคำเปลวในประเทศมากกว่า 98% ในปัจจุบัน

ว่ากันว่าสภาพอากาศที่เหมาะสมสำหรับการผลิตทองคำเปลวและช่างฝีมือที่มีความอุตสาหะอดทนเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการพัฒนาการผลิตทองคำเปลวในคานาซาว่า ซึ่งไม่เพียงแต่จะถูกนำไปใช้ในแวดวงการผลิตเครื่องเขินเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปใช้ในงานฝีมืออื่นๆ เช่น แท่นบูชาพระพุทธรูปและเครื่องปั้นดินเผาได้ด้วย

การผลิตเครื่องเขินในคานาซาว่าไม่ใช่การผลิตในปริมาณมาก (Mass Production) แต่เป็นการผลิตโดยช่างฝีมือที่ค่อยๆ สร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาทีละชิ้น (一品制作) ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องเขินคานาซาว่าที่ทนทานและสวยงามนี้ยังได้รับการพัฒนาไปใช้ในการทำเกราะอาวุธ เช่น ฝักดาบ รวมถึงของใช้ในชีวิตประจำวันต่างๆ อย่างตุ๊กตาตกแต่งและอุปกรณ์ชงชาด้วย

เอกลักษณ์ของเครื่องเขินคานาซาว่า

เครื่องเขินคานาซาว่ามีจุดเด่นเป็นลวดลายที่ละเอียดอ่อนดูหรูหราซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่เกิดจากการผสมผสานความสง่างามของขุนนางเข้ากับความแข็งแกร่งของซามูไร เครื่องเขินชนิดนี้มีกระบวนการผลิตที่ประกอบไปด้วยขั้นตอนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแปรรูปไม้ (木地加工) การเสริมผ้า (布着せ) การทาสีและการเหลา (塗り・研ぎ)

การแปรรูปไม้ คือ การขึ้นรูปไม้ให้เป็นรูปร่างที่ต้องการ โดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญที่เรียกกันว่า คิจิชิ (木地師) จะเป็นผู้นำไม้มาขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน (ろくろ) ให้เป็นรูปจาน ถ้วย ฯลฯ ส่วนการเสริมผ้านั้นทำเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับข้อต่อของไม้และส่วนที่เป็นรอยง่ายด้วยการติดผ้าหรือกระดาษญี่ปุ่นเข้าไป

ส่วนการทาสีและการเหลา เป็นขั้นตอนการลงแลกเกอร์และเหลาซ้ำไปซ้ำมาเพื่อตกแต่ง การตกแต่งนี้จะใช้เทคนิคมาคิเอะเป็นหลัก

นอกจากเครื่องเขินคานาซาว่าแล้ว ยังมีเครื่องเขินอื่นๆ ที่มีชื่อเสียงอีกมากมาย เช่น เครื่องเขินวาจิมะนูริ (輪島塗) หรือเครื่องเขินยามานากะ (山中) ประเภทแรกจะมีการใช้แลกเกอร์วาจิมะที่พัฒนาขึ้นในเขตเมืองวาจิมะและคาบสมุทรโนโตะ (輪島市・能登半島) โดยนำไปผสมกับผงดินวาจิมะแบบพิเศษที่ทำด้วยดินคุณภาพสูง ในขณะที่เครื่องเขินยามานากะได้รับการพัฒนาขึ้นในพื้นที่บริเวณต้นน้ำของยามานากะออนเซ็น (เมืองคางะ จังหวัดอิชิคาว่าในปัจจุบัน) เครื่องเขินยามานากะจะต้องทำด้วยไม้ที่ผ่านการเลือกสรรมาเป็นพิเศษ นำมาทาแลกเกอร์บางๆ ลงบนพื้นผิว ทำให้เห็นลายไม้ที่สวยงาม ให้ความรู้สึกเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ

เครื่องเขินคานาซาว่าในปัจจุบัน

ทุกวันนี้ ความต้องการในงานฝีมือต่างๆ อย่างเครื่องเขินคานาซาว่ากำลังลดลงด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป อัตราการเกิดที่ลดลง และประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้ไม่มีผู้สืบทอดเทคนิคการผลิตต่างๆ

อย่างไรก็ตาม เมืองคานาซาว่ากำลังพยายามส่งเสริมอุตสาหกรรมงานฝีมือดั้งเดิมอย่างเต็มที่เพื่อรักษาวัฒนธรรมและความรู้ที่สั่งสมมาจนถึงปัจจุบันนี้เอาไว้ เครื่องเขินคานาซาว่ายังได้รับการกำหนดให้เป็นงานฝีมือดั้งเดิมโดยกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่นใน ค.ศ. 1980 อีกด้วย

แม้กระทั่งในปัจจุบัน การผลิตเครื่องเขินคานาซาว่าก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เป็นงานฝีมือที่ผลิตทีละชิ้นอย่างพิถีพิถัน สร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องเขินคานาซาว่าหลากหลายประเภทเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ที่แตกต่างกันไปในแต่ละยุคสมัย เช่น กล่องใส่นามบัตร ปากกาหมึกซึม ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ เครื่องเขินชนิดนี้จึงเป็นงานฝีมือญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลก

บทความที่เกี่ยวข้อง:

▶ คู่มือแนะนำ “เครื่องเขินวากาสะ” งานหัตถกรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น

▶ คู่มือแนะนำ “เครื่องเขินเอจิเซ็น” งานฝีมือญี่ปุ่นดั้งเดิม

▶ คู่มือถ้วยชามญี่ปุ่น ข้อแตกต่างระหว่างโทกิ จิกิ และชิกกิ

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

* สินค้าบางชนิดอาจไม่สามารถจัดส่งไปยังบางประเทศได้ ดังนั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์ของผู้ขายก่อนทำการสั่งซื้อ

อัพเดทข้อมูลล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่บทความ

You May Also Like
Luxury Japanese Tableware Brands
Read More

9 แบรนด์ถ้วยชามญี่ปุ่นน่าใช้ในวันพิเศษ

ญี่ปุ่นเองก็มีแบรนด์ถ้วยชามสุดหรูอยู่เช่นกัน ตัวอย่างเช่น Noritake และ Okura Tougen ที่ทั้งคุณภาพสูง ดีไซน์สวยงาม และผิวสัมผัสที่ดี ทำขึ้นแบบชิ้นต่อชิ้นโดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ
tặng quà cho cấp trên
Read More

12 ของขวัญสุดหรูสำหรับมอบให้ “ประธานบริษัท” ของคุณ!

หลายคนก็คงประสบปัญหาว่าไม่รู้จะซื้ออะไรดี บางคนเห็นว่าเป็นถึง "ประธานบริษัท" ก็เลยจะเลือกของขวัญที่มีราคาแพงเอาไว้ก่อน แต่นั่นอาจไม่ใช่วิธีที่ดีเสมอไป โดยเฉพาะหากเป็นสินค้าแบรนด์หรูๆ เพราะมีโอกาสสูงว่าประธานบริษัทอาจจะมีแล้ว แต่หากให้ของถูกๆ ก็จะดูเป็นการเสียมารยาทอีก แล้วเราจะทำอย่างไรดีล่ะ?